เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๑๓ ธ.ค. ๒๕๖๘

เทศน์เช้า วันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๘

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ วันนี้วันพระนะ วันพระ วันโกน พระพุทธศาสนาสอนให้ไปวัดไปวาไง สมัยโบราณเราเป็นเกษตรกรรม วันพระ วันโกนเขาไปวัด จำศีล ฟังธรรม จำศีล ฟังธรรม เพราะเขาห่วงจิตวิญญาณของเขา

คนเราเกิดมามีกายกับใจๆ เราเกิดมาเป็นมนุษย์ไง กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา บุญกุศลสร้างให้เราเกิดมาได้เป็นมนุษย์ เราว่าเกิดเป็นมนุษย์มันแสนทุกข์แสนยาก แสนทุกข์แสนยากขนาดไหนก็แล้วแต่ เรามีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่อาศัย

ถ้าเป็นที่พึ่งที่อาศัย ที่พึ่งที่อาศัยไง

เราเกิดเป็นมนุษย์ไง เกิดมาพบพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง สมมุติบัญญัติ สมมุติๆ เราก็สมมุติขึ้นมาไง ใครมีความรู้ตามจินตนาการของตน สมมุติขึ้นมาอย่างไรก็ได้ บัญญัติๆ ธรรมและวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สมมุติบัญญัติๆ มีปริยัติกับปฏิบัติไง

ปริยัติ ปริยัติศึกษาเล่าเรียนมา นี่บัญญัติ สมมุติๆ เราสมมุติของเราขึ้นมาโดยสมมุติตามความเป็นจริงในสากลโลก

แต่เวลาฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา วิมุตติๆ มันละทั้งสมมุติและบัญญัติ ถ้ามันละสมมุติบัญญัติขึ้นมาเป็นข้อเท็จจริงขึ้นมา สิ่งที่ไปวัดไปวา จำศีล ฟังธรรม จำศีล ฟังธรรมก็เพราะเหตุนี้ไง จำศีลๆ เราจำศีลของเรา เรามีธรรมของเรา

เวลาครูบาอาจารย์ท่านสอนไง เราไปวัดขอศีลแล้วก็เหลือศูนย์

เหลือศูนย์ก็เอาแต่ใจของตัวเองไง เอาแต่ใจของตัวเอง ทำได้มากได้น้อยขนาดนั้นคือจริตนิสัย

แต่ถ้าเป็นสัจจะเป็นความจริงของเราขึ้นมานะ ถ้ามีศีลมีธรรมขึ้นมาแล้วมันจะอบอุ่นหัวใจของตน ดูสิ คนที่สุจริตไปอยู่ที่ไหนก็ได้ ศีลถ้ามันบริสุทธิ์ผุดผ่องขึ้นมา มันเผชิญหน้าใครก็ได้ มันไม่กลัวใครทั้งสิ้น เพราะอะไร เพราะมันมีศีลคุ้มครองมันไง

เราธุดงค์ เวลาธุดงค์ไปในป่าในเขาเริ่มต้นฝึกหัดปฏิบัติ ทุกคนก็กลัวทั้งนั้นน่ะ ทุกคนก็ต้องมีความกลัวเป็นธรรมชาติ มีความวิตกกังวลเป็นธรรมชาติ แต่เพราะมั่นใจในศีลของตน เผชิญสิ่งใดก็แล้วแต่ เรามั่นใจในศีลของตน ในศีลของตน สีละ ความมั่นคง มันปกป้องคุ้มครองดูแลเราได้ทั้งสิ้น

เจอ เจอวิกฤติมามากมาย เจอวิกฤติเพราะอะไร เพราะเราเข้าไปหาความจริงไง เราไม่ใช่เข้าไปหาความจอมปลอม

ทะลุดง ไปธุดงค์ก็เพื่อเอาชื่อเสียง

“นี่เป็นพระป่านะ องค์สุดท้ายที่ออกมาจากป่า”

ป่ากิเลส

แต่ถ้าเราไปตามความเป็นจริงของเรา มันจะมีมากน้อยขนาดไหน เวลาเราชื่นชมครูบาอาจารย์ของเราไง หลวงตาพระมหาบัวท่านบอก ออกวิเวก ออกวิเวกหาบ้าน ๒ หลัง ๓ หลังก็พอ เพราะอะไร เพราะเขาจะมากวน

มันจะมากวนนะ คนภาวนาเขาจะรู้ ๒๔ ชั่วโมง พุทโธๆ ๒๔ ชั่วโมงนะ เวลาปัญญามันหมุนน่ะ

ขยะ เวลาขยะที่ไหนถ้ามันติดไฟนะ โอ้โฮ! เป็นเรื่องใหญ่เลย ถ้าปัญญามันเกิด เกิดมรรคสัจจะความจริง เวลามันติดขึ้นมา โอ้โฮ! มันหมุนไม่หยุดนะ ๒๔ ชั่วโมง มันต้องการเวลาอย่างนี้ คนภาวนาเป็นเขาจะรู้

เวลาภาวนาไม่เป็น กระเสือกกระสนเข้าไปเถอะ เอาเป็นเอาตายอยู่อย่างนั้นน่ะ แต่เวลากองขยะคือกิเลส กิเลสตัณหาความทะยานอยากที่มันเหยียบย่ำหัวใจของคน ถ้าเราฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา เราจุดไฟมันติดขึ้นมาได้ พอจุดไฟ มันจะเผาจนหมดเชื้อ

ถ้ามันยังมีขยะอยู่ ไฟมันไม่มีวันดับ มันจะเผาของมันอยู่อย่างนั้นน่ะ แล้วเผาของมัน แล้วจะไปอยู่กับใคร นั่งภาวนาก็ต้องระวังนะ เวลาจิตมันลงขึ้นมา เดี๋ยวเขาจะหาว่าโอ้อวด

เวลาภาวนาที่เป็นหมู่คณะ เราพยายามต้องดึง ดึงจิตของตนเองไว้ อย่าให้มันลงจนมันดิ่ง จนรับรู้ไม่ได้ เดี๋ยวเขารู้ขึ้นมาเขาจะหาว่าไอ้นี่บ้า

เวลาอยู่กับครูบาอาจารย์ที่ดีงามไง บ้านตาดไม่มีการทำวัตร ปฏิบัติตัวใครตัวมัน ๒๔ ชั่วโมง คุมดูแลอยู่ตลอดเวลา ๒๔ ชั่วโมงเต็มที่เลย นี่เวลาถ้ามันเป็นจริงไง

ฉะนั้น เวลาครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรม ขอไปอยู่บ้าน ๒ หลัง ๓ หลัง อย่าให้ใครเข้ามากวน

ไอ้เรื่องโยมมากวน แต่ทางโลกเขาว่ามันเป็นความดีงามไง เราไปเพื่อบุญเพื่อกุศล เวลาเจอพระธุดงค์ก็อยากเข้าไปหาเลยนะ จะขอตะกรุด ขอเครื่องรางของขลัง แต่ไม่รู้จักทุกข์

ที่เขามาธุดงค์เพราะเขาทุกข์ เขาจะหากิเลสในหัวใจของเขา ไอ้เราก็จะไปเอาตะกรุด เอาเครื่องรางของขลัง เอาความมหัศจรรย์ ตายหมดน่ะ

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะปรินิพพานไง “อานนท์ เราเอาแต่สมบัติของเราไปเท่านั้นนะ”

สมบัติของเรา แล้วเอ็งมีไหม เอ็งรู้จักสมบัติหรือเปล่า แล้วสมบัติมาจากไหน สมบัติก็มรดกไง สมบัติก็ยศถาบรรดาศักดิ์นั้นหรือ โลกธรรม ๘ มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อม บุญและบาปต่างหากเป็นสมบัติของใจนั้น

แล้วถ้าความดีงาม นี่ไง เราถึงไปวัดไปวาไง ทำหน้าการงานมาอาบเหงื่อต่างน้ำ อาบเหงื่อต่างน้ำมาเพื่อเลี้ยงชีวิต เลี้ยงครอบครัว เพื่อชาติ เพื่อตระกูล ตระกูล เห็นไหม

เขาเป็นคนดีๆ ทำไมต้องเป็นคนดี

เป็นคนดีเพื่อมันไม่เป็นคนชั่วไง เป็นคนดีเพื่อไม่ให้ไปทำบาปทำกรรมไง แล้วไม่ทำบาปทำกรรม เห็นไหม ชนะตนเองประเสริฐที่สุด

เวลาฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา กิเลสในหัวใจของตนนั่นน่ะสำคัญที่สุด ถ้าสำคัญที่สุดนะ ถ้าชำระล้างเป็นขั้นเป็นตอนขึ้นมาแล้ว อยู่ที่ไหนก็ได้ เวลามันสุขมันสบายแล้วที่ไหนก็ได้

แต่ถ้ากิเลสกองขยะเต็มหัวใจ ที่ไหนๆ ก็ไม่ได้ ที่ไหนๆ มันก็เผา

แล้วนี่ไง สมมุติบัญญัติ วิมุตติมันคนละเรื่อง แค่สมมุติบัญญัติก็จะเป็นจะตายแล้ว

เวลาปฏิบัติๆ นั่นธรรมะกระดาษ มันเป็นบัญญัติ เราหลุดพ้น

หลุดพ้นอะไร ศรีธัญญาไง

แต่ถ้ามันหลุดพ้น

เงียบ

หลวงตาพระมหาบัวท่านสิ้นกิเลสไง “เราพูดกับใครไม่ได้หรอก เขาหาว่าเราบ้า”

แต่เวลาท่านไปหาหมู่คณะไง สมเด็จวัดนรนาถ “พระหายาก พระอย่างนี้หาไม่ได้”

ทำไมเขารู้ล่ะ เป็นถึงสมเด็จนะ รู้หมดน่ะ

ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะไม่รู้หรอก กลิ่นของศีลของธรรมมันต้องมีของมัน คุณงามความดีทำแล้วมันสูญเปล่าให้มันรู้ไป แต่คุณงามความดีที่เราทำกันนี้เราไม่ได้ทำเพื่อคุณงามความดี เราทำเพื่อจุดไฟเผาขยะในใจของตน

ถ้ามันเผาขยะแล้วนะ ดูสิ เวลาเขาเผาขยะ ไอ้พวกบ้านเรือนรอบข้างกองขยะ โอ๋ย! บ่นน่าดูเลย มันเหม็น มันทั้งเหม็น ทั้งมลภาวะ โอ๋ย! ร้อยแปด กิเลสมันร้ายนัก เวลาจะฆ่าจะแกงมันนะ กระเทือนกันไปหมดน่ะ

แต่ถ้าครูบาอาจารย์ที่ดีงาม หลวงปู่จวน เวลาท่านเผชิญอสุภะ มันสู้ไม่ไหวไง เอากระดูกช้างแขวนคอ ฉันหมาก คายหมากมาให้เลอะไปที่ร่างกาย

ไอ้คนที่อุปัฏฐากอยู่เห็นแล้วตกใจ ไปฟ้องหลวงปู่ขาว

“ท่านจวนจะบ้าแล้ว ท่านจวนจะบ้าแล้ว”

หลวงปู่ขาวหัวเราะก๊ากเลย เพราะท่านสอนมาเอง

เวลามันเผากองขยะ ถ้าขยะมันลุกลาม กลิ่นมันโชยชายไปนะ สภาวะแวดล้อมเสียหายหมดน่ะ นี่ไง โลกมันมองไม่เป็นหรอก แล้วโลกมันมองไม่ได้ด้วย แล้วมันไม่รู้ต่างหาก

เราไปวัดไปวา เราไปจำศีล ฟังธรรม จำศีล ฟังธรรมเพื่อสะสมคุณงามความดีของเรานะ ครูบาอาจารย์ท่านบอกว่า ให้หายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ ฝึกหัดของเราขึ้นมา นั่นน่ะสมบัติที่แท้จริง

อาหาร ถ้าเราได้ดื่ม ได้กิน ได้ใช้ ได้สอย นั่นจะเป็นประโยชน์กับเรา ถ้ามันตั้งอยู่นั่น ก็ตั้งอยู่นั่นน่ะ สำรับตั้งอยู่นั่นไม่มีใครจัดการ ก็ต้องจัดการ นี่เราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนาเป็นบุญกุศลไง เราไม่ได้จัดการไง ไม่ได้ทำสิ่งนั้นขึ้นมาไง

เราฝึกหัดของเราขึ้นมา อย่างน้อยให้เป็นจริตเป็นนิสัย กินอาหารอะไร ภูมิภาคใดเราก็รู้ เพราะเราเคยกินมาทั้งนั้นน่ะ ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาให้มันรู้มันเห็นของมันไง

คนเกิดมามีกายกับใจๆ หัวใจนี้สำคัญยิ่งนักไง หัวใจนี้สำคัญยิ่งนัก จะเกิดในสถานะใด สูงต่ำดำขาวขนาดไหน พุทธะนั้นสำคัญที่สุด เพราะนั่นคือสิ่งเริ่มต้นของสิ่งมีชีวิต แล้วเริ่มต้นแล้ว เวลามันดับนะ คนเราตายไป เป็นสถิติไง เกิดในภพในชาตินั้น แต่จิตมันไปแล้ว

เพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบุพเพนิวาสานุสติญาณตั้งแต่พระเวสสันดรไป แล้วไม่มีต้นไม่มีปลาย นี่ไง เวลาเอาจริงเอาจังขึ้นมา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง เวลามันถึงที่สุดตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่จบ พระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนานี้มหัศจรรย์ แต่มันต้องมหัศจรรย์ตามความเป็นจริง

สมมุติบัญญัติ สมมุติ สมมุติได้ทั้งนั้นน่ะ บัญญัติ บัญญัติก็ศึกษามาเถียงกัน เวลาเอาจริงเอาจังขึ้นมา จบ พระหายาก

พระหายาก หายากเพราะเขาหาหัวใจของเขา เขาหาหัวใจของเขาขึ้นมาแล้วเขาฝึกหัดของเขา เขาเห็นคุณค่าของเขา เวลาเคารพพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์จากหัวใจ ไม่ตีตนเสมอ

หลวงปู่มั่นเวลาไปไหน หลวงตาท่านอุปัฏฐากเอง ถ้ามีตัวอักษรอยู่ ท่านไม่ยอม ต้องยกขึ้นให้สูงไว้ เพราะมันสื่อพระพุทธศาสนาได้

ถ้าสิ่งใดที่สื่อพระพุทธศาสนาได้ สิ่งใดที่สืบทอดถึงศาสนาได้ ท่านเคารพบูชาของท่าน นี่หัวใจของผู้ที่ปฏิบัตินะ ถ้ามันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา มันเคารพบูชาจากหัวใจดวงนั้นไง แล้วจากหัวใจที่มันเคารพบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แล้วเวลาเป็นจริงเป็นจัง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นสัจจะเป็นความจริงในหัวใจนั้น ที่รู้จักเพราะทำความสงบของใจเข้ามา พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน คือสัมมาสมาธิ

ทำสมาธิๆ ว่างๆ ว่างๆ ไม่รู้อะไรเลย กองขยะ มิจฉา

อจินไตย ๔ ฌาน ความสงบของใจนี่แหละเป็นอจินไตยอันหนึ่ง แล้วเวลาครูบาอาจารย์ที่ดีงามท่านพยายามฝึกหัดให้มั่นคงขึ้นมา มั่นคงขึ้นมาแล้ว ถ้ามันตั้งมั่น ถ้ามีกำลังของมันแล้วยกขึ้นสู่วิปัสสนา ถ้าเห็นสติปัฏฐาน ๔ ตามความเป็นจริง เห็นสติปัฏฐาน ๔ ตามความเป็นจริง เห็นสติปัฏฐาน ๔ ตามความเป็นจริง

ไอ้นี่มันสมมุติ จินตนาการได้ร้อยแปด แล้วไปด้วยความมหัศจรรย์เลย ไปมหัศจรรย์ขนาดไหนล่ะ เพราะมันจินตนาการ

นี่ไง พุทธะที่มันมหัศจรรย์ไง จิตที่มหัศจรรย์ มันคิดอะไรได้ทั้งนั้นน่ะ มันจินตนาการได้ทั้งสิ้น แต่มันทำไมไม่เป็นจริงล่ะ เพราะมันเป็นจริงมันจะเข้าใจทันที จินตมยปัญญา ภาวนามยปัญญา มันแตกต่างกันอย่างไร

ปัญญาอย่างนี้มันเกิดขึ้นมาที่ไหน

มันไม่มีอยู่ที่ไหนทั้งสิ้น จบ ๙ ประโยคขนาดไหน สมมุติบัญญัติๆ ก็บัญญัติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็จำมา แต่ความจริงยังไม่เกิด ความจริงจะเกิด ตื่นเต้น

ถ้าความจริงมันจะเกิด เกิดไม่ได้ เกิดไม่ได้เพราะอะไร

เกิดไม่ได้เพราะว่ามันทำสัมมาสมาธิไม่เป็น

เพราะเป็นศีล สมาธิ สัมมาสมาธิ ถ้ามันถูกต้องชอบธรรม มันยกขึ้นสู่วิปัสสนา นั่นถึงจะเป็นสติปัฏฐาน ๔ ตามความเป็นจริง แล้วถ้าเป็นสติปัฏฐาน ๔ ตามความเป็นจริงในพระพุทธศาสนา เข้าใจภาวนามยปัญญาเต็มที่

ภาวนามยปัญญาคือมรรค ๘

ใจดวงใดไม่มีมรรค ใจดวงนั้นไม่มีผล ใจดวงใดที่เกิดขึ้นมา เกิดขึ้นมาจากจินตนาการทั้งสิ้น เพราะเราเกิดเป็นมนุษย์ มันเป็นอริยทรัพย์ที่มีคุณค่า คิดได้ อยู่ได้

เพราะเราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ เกิดมาก็เห็นพระ เกิดมาก็ได้ยินอยู่ทุกวัน ผู้เฒ่าผู้แก่พูดกรอกหูทุกวันเลย “อนิจจัง ปล่อยวางให้ได้” แล้วเป็นไหม แล้วเวลาจินตนาการ “อ๋อ! นี่ไง ปู่ย่าตายายเคยสอนไว้” ยิ่งรับรองความรู้ความเห็นของตนเลย

แล้วมันไปไหนล่ะ

นี่ไง สมมุติไง โลกนี้มันของสมมุติ

เวลาเขาบอก นี่สมมุติๆ พูดปากเปียกปากแฉะ เวลากิเลสมันสมมุติหลอกให้ ไม่รู้จักมัน

ถ้ามันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา เพราะอะไร เพราะเราต้องเหยียบเบรกเองไง เวลาแก้จิตๆ จิตเขาต้องเหยียบเบรกของเขาเอง

ขับรถมาเบรกแตกไปไหนล่ะ ลงเหวน่ะสิ

ปฏิบัติไม่รู้จักเบรก ไม่รู้จักคันเร่งใช่ไหม ไม่รู้จักอะไรทั้งสิ้นหรือ ถ้าไม่รู้จัก มันก็ไม่รู้จริงน่ะสิ

พริกมันยังมีเผ็ดแตกต่างกัน พริกหวาน เขาเอาไว้ประดับ เวลาพริก เขาเอาพริกนรก มันได้เผ็ดถึงใจ พริกมันก็เผ็ดแตกต่างกัน แล้วมันเผ็ดแสบเลย พริกไทย

แล้วความเป็นจริงมันอยู่ไหน

ถ้ามันเป็นความจริงไง ไปวัดไปวา จำศีล ฟังธรรม วันนี้วันพระ วันพระเราตั้งใจของเรา เราตั้งใจทำคุณงามความดีของเรา อย่างเช่นเราจะตั้งใจว่าเราจะมีสติ ความคิดที่ออกนอกลู่นอกทางเราไม่เอา เราพิจารณา นี่อบรมดูแลจิตใจของตน นี่วาสนา

“มันเป็นนามธรรม มันจับต้องไม่ได้ มันทำอะไรไม่ได้ เราไปทำงานดีกว่า เราหาเงินหาทองมา”

หาเงินหาทองมาก็ใช้จ่ายหมด อบรมบ่มเพาะหัวใจของตน หัวใจที่ดีงาม เดี๋ยวมันไปหาเงินหาทอง หาเงินหาทองมาออมไว้เพื่อประโยชน์ เพราะมันมีสติมีปัญญารักษาเงินทองนั้นให้เป็นประโยชน์

พระพุทธศาสนาไม่ได้ปฏิเสธความร่ำรวยและคนทุกข์คนจน เพราะว่ายิ่งรู้ตามความเป็นจริง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายิ่งเศร้าใจ เพราะกุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา เขาทำมาเช่นนั้นเอง ยิ่งเห็น ท่านยิ่งธรรมสังเวช ยิ่งเศร้าสลดจากคนที่ไม่รู้เท่าทันกิเลสตัณหาความทะยานอยาก

ถ้ามันรู้เท่าทันกิเลสตัณหาความทะยานอยาก ที่เราฝึกหัดควบคุมดูแลจิตใจของเรานี่ไง ถ้ามันควบคุมดูแลจิตใจของเราขึ้นมา จิตใจของเราจะดีงามขึ้นมา แล้วทุกข์เบาลง อาการเดิม ทุกอย่างอยู่ในสภาพเดิม แต่ความทุกข์เราเข้าใจมัน เราเข้าใจตามข้อเท็จจริงคือเราเข้าใจธรรมะ

ธรรมะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสมมุติบัญญัติๆ อบรมบ่มเพาะสอนเราตลอด เรานี่ปากเปียกปากแฉะ ศึกษาค้นคว้ามาหมดน่ะ แต่ใช้ไม่ถูกกาลเทศะ ไม่ได้ใช้ขณะที่มันทุกข์มันยาก ไม่ได้ใช้ขณะที่มันเท่าทันตัวเอง

ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนน่ะ ตนคือจิตใจของตน ฝึกหัดปฏิบัติ มันเท่าทันของมัน มันควบคุมใจของมันให้ดีขึ้นมา แล้วมันมาจากไหนล่ะ

นี่ไง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มันจะเป็นรัตนตรัย เป็นที่พึ่งที่อาศัยของใจของตน แล้วถ้าฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาเป็นข้อเท็จจริงแล้ว โอ้โฮ!

พระสารีบุตรไม่เชื่อพระพุทธเจ้า เพราะพระสารีบุตรเป็นพระอรหันต์ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เป็นพระอรหันต์

ไม่เชื่อเพราะกูเป็นจริงไง ไม่เชื่อเพราะกูรู้กูเห็นตามความเป็นจริง เอวัง